4 เรื่องที่เราอาจจะยังไม่รู้เกี่ยวกับแมลงสาป

รับกำจัดแมลงสาบ

                “แมลงสาป” หนึ่งในแมลงที่น่าลำคาญที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ สร้างความหวาดกลัวให้กับคนอย่างมาก ทั้ง ๆ ที่ตัวมันไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรมาก แต่บางคนก็ยังกลัวอยู่ดี มีบางคนถึงขนาดเจอแมลงสาปตัวเดียวก็โทรเรียกบริการรับกำจัดแมลงสาบ ทันทีเลยก็มี แต่วันนี้เราจะไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้กันครับ เราจะมาพูดถึง เรื่อง(ลับ ๆ) ของแมลงสาปที่เราอาจจะยังไม่รู้กันดีกว่าครับ

แมลงสาปมีมากกว่า 4,000 ชนิด

            แน่นอนว่าเราคงจะไม่ได้มากจำแนกแมลงสาปตอนเราเจอมันกันใช่ไหมละครับ ? แต่ทุกท่านรู้หรือไม่ว่าแมลงสาปนั้นหากนับจริง ๆแล้วจะมีมากกว่า 4,000 ชนิดเลยทีเดียวนะครับ แต่ส่วนมากที่เราจะเจออาจจะเป็น แมลงสาบเยอรมัน,แมลงสาบลายน้ำตาล,แมลงสาบอเมริกัน ที่พบเห็นได้บ่อยสุดนั้นเอง

อยู่มานานมากกว่า 250 ล้านปี

            แมลงสาปเป็นหนึ่งในสัตว์ดึกดำบรรพ์ เลยก็ว่าได้เพราะมีชีวิตอยู่มานานถึง 250 ล้านปี และมีการวิวัฒนาการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมตลอดเวลา โดยการวิจัยระบุว่าแมลงสาปนั้นสามารถมีชีวิตได้แม้ไม่มีหัวนานถึง 1 สัปดาห์ กลั้นหายใจได้ 40 นาที และ สามารถไม่ได้กินอะไรเลยก็ได้นานสูงสุดถึง 1เดือนเลยนะครับ

มองได้ 360 องศา

            ตาของแมลงสาปนั้นมีความสามารถพิเศษเหมือนสัตว์ชนิดอื่น ๆ ที่สามารถมองได้ถึง 360 องศา ดังนั้นเมื่อมีอะไรมาใกล้ตัวมันจึงรับรู้ได้ก่อนทันทีแน่นอน  และยังสามารถปรับระยะโฟกัสได้ทั้งระยะใกล้ และ ใกลได้อีก เรียกว่าความสามารถในการอยู่รอดครบเลยทีเดียว แต่ถึงยังงั้นแมลงสาปจะไม่เห็นหากเป็นวัตถุสีแดงนะครับ

เกลียดสมุนไพร

            แมลงสาปถึงแม้จะมีชีวิตยืนยาวมาขนาดไหนก็ตาม แต่ย่อมมีของที่เกลียดแน่นอนคือสมุนไพรที่มีกลิ่นแรงเช่น ตะใคร้หอม เปเปอร์มินต์ หรือ สาระแหน่ ก็ทำให้แมลงสาปเกลียดได้แล้ว นอกจากนี้แมลงสาปเองก็ยังไม่ชอบที่มีแสงสว่างและ ลูกเหม็นอีกด้วยนะครับ

                สำหรับใครที่เจอแมลงสาปเพียงแค่ตัวสองตัวก็สามารถไล่เองก็ได้นะครับ แต่ถ้าหากเจอเป็นฝูงเป็นรัง หรือ จำนวนที่เยอะเกินไป ไม่แนะนำให้กำจัดเองนะครับควรเลือกใช้บริการรับกำจัดแมลงสาบเพราะบริการ ดีกว่าเพราะว่าบริการรับกำจัดแมลงสาบจะได้ช่วยควบคุมและกำจัดแมลงสาปให้สิ้นซากได้ดีกว่าการที่เราลงมือทำเองนะครับ

รวมเหตุผลที่คุณควรใช้ บริการแม่บ้านทำความสะอาด [ อัพเดตล่าสุด ]

แม่บ้านทำความสะอาดบ้าน

ปัจจุบันโลกของเรานั้นหมุนเร็วมากบางอย่างเราก็ไม่สามารถหาเวลาทำได้อย่างเช่น “การทำความสะอาดบ้าน” สำหรับบางคนนั้นที่ทำงานประจำนั้นอาจจะหาเวลาได้ยาก ช่วงเวลาวันหยุดก็อยากจะพักผ่อน นั้นจึงทำให้มีบริการแม่บ้านทำความสะอาด ขึ้นมาเพื่อคอยตอบโจทย์สำหรับคนที่ไม่มีเวลาทำความสะอาดบ้านของตัวเอง เดี๋ยวเรามาลองดูข้อดีกันดีกว่าว่าคุ้มหรือไม่ ? สำหรับการเลือกใช้ แม่บ้านทำความสะอาด

เหตุผลที่คุณควรใช้บริการแม่บ้านทำความสะอาด

แม่บ้านทำความสะอาด

ช่วยพักผ่อนร่างกาย

            จะดีขนาดไหนที่เราได้นอนพักใน้บ้านที่สะอาด  และมีคนทำความสะอาดให้ ฟังดูการทำความสะอาดนั้นเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ นะครับ แต่สำหรับบางคนที่ทำงานหนักมาทั้งอาทิตย์ แล้วการนอนอยู่บนเตียงนุ่ม ๆ ของตัวเองถือเป็นการฮีลตัวเองอย่างดีเลยนะครับ

มีตารางทำความสะอาดที่แน่นอน

            สำหรับตารางทำความสะอาดนั้นเราอาจจะกำหนดไม่ได้ว่าเราจะทำความสะอาดได้ในช่วงเวลาไหนเพราะบางช่วงอาจจะยุ่งมาก ๆ ก็มี ทำให้บางที่มีฝุ่นหนาเตอะเลยก็มี  และทำให้ทำความสะอาดได้ยาก  แต่ถ้าหากเราใช้บริการ แม่บ้านทำความสะอาด ปัญหาตารางการทำความสะอาดของเราจะหมดทันทีเพราะทางแม่บ้านจะเป็นคนกำหนดตารางของตัวเองมาทำความสะอาดให้เรานั้นเอง

มีความสามารถระดับมืออาชีพ

            ในส่วนของการทำความสะอาดนั้นเราอาจจะบอกว่าใคร ๆ ก็ทำได้แต่บางทีการทำความสะอาดนั้นเราอาจจะละเลยในบางทีไปที่เป็นจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ถ้าหากเราใช้บริการแม่บ้านทำความสะอาด นั้นจะมีความเป็นมืออาชีพมากกว่าเราแน่นอน ซึ่งนั้นรวมถึงการกำจัดฝุ่นตามซอกเล็ก ซอกน้อย ด้วยเช่นกัน ดังนั้นหากถามถึงความเป็นมืออาชีพแล้วละก็ยังไงบริการแม่บ้านทำความสะอาด นั้นก็ดีกว่าแน่นอน

มีประทรัพย์สิน

            ในส่วนของการประกันนั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งในข้อดีการเลือกใช้บริการแม่บ้านทำความสะอาดด้วยเช่นกันนั้นก็เพราะว่าบริการแม่บ้านทำความสะอาด นั้นมีประกันทรัพย์สิน ให้ด้วยเช่นกันไม่ว่าจะเป้นลักขโมย หรือ ทรัพย์สินเสียหายเองก็มีประกันให้ด้วยเช่นกัน

ดังนั้นหากเราเลือกใช้บริการแม่บ้านทำความสะอาดนั้นจะมีข้อดีมากมายแน่นอน ซึ่งถือว่าคุ้มค่าการเลือกใช้บริการอย่างแน่นอน

แม่บ้านทำความสะอาดประจำ

บริษัทสร้างบ้านจับมือกับผู้รับเหมา โกงยังไงได้บ้าง ?

บริษัทสร้างบ้าน

สำหรับคนที่กำลังจะสร้างบ้านนั้นแน่นอนว่าวาดในบ้านไว้เรียบร้อย บ้านเราต้องเป็นอย่างงั้น บ้านฉันต้องเป็นอย่างงี้ ใช่ไหมครับ ? แต่วันนี้เราจะเอาความจริงมาบอกกันสำหรับความฝันที่ว่า คุณอาจจะต้องระวังบริษัทสร้างบ้าน ไว้ให้ดีเพราะบางทีคุณอาจจะโดนโกงอยู่ก็ได้ และเขาจะโกงเงินอย่างเราเราลองมาดูกันดีกว่าครับ

เงินมัดจำ

            ในการทำสัญญาสิ่งแรกที่เราจะได้เป็นค่าใช้จ่ายของบ้านเรานั้นคือ “เงินมัดจำ” ซึ่งแต่ละบริษัทนั้นก็มีนโยบายการเก็บเงินมัดจำที่ต่างกันแต่เอาจริง ๆ การเก็บเงินมัดจำนั้นอาจจะไม่ถึง 30 % ของราคาที่ตีไว้ด้วยนะครับ แต่สำหรับบางบริษัทนั้นอาจจะน่ากลัวกว่านั้นโดยเฉพาะบริษัทสร้างบ้าน ที่จะโกงเรานั้นจะเรียกเก็บเงินมัดจำของเรามากเป็นพิเศษดังนั้นต้องระวังเรื่องนี้ไว้ให้ดีนะครับ

เบิกเงินล่วงหน้าเยอะเกิน

            สำหรับค่าใช้จ่ายในแต่ละอย่างนั้นย่อมมีการแจกแจงค่าใช้จ่ายไว้อยู่แล้ว แต่สำหรับบางบริษัทและผู้รับเหมานั้นอาจจะเบิกเงินค่าก่อสร้างบ่อยเหลือเกิน โดยข้ออ้างที่เราเห็นได้ชัด ๆ เลยนั้นคือ “เงินซื้อของไม่พอ” ซึ่งในกรณีนี้มีได้อีกหลายแบด้วยคือไม่พอจริง ๆ หรือ ไม่ซื้อแต่ไปรับของที่อื่นมา แล้วมาเบิกเงิน ยังไงส่วนนี้ต้องระวังให้ดีนะครับ

สัญญาที่คลุมเครือ

            สัญญาที่เราเซ็นนั้นเราอ่านให้ดี ๆ นะครับ เพราะบางทีสัญญาที่เลือกมาให้เราอาจจะมีช่องโหว่ ช่องว่าง หรือ วิธีที่จะทำให้อีกฝ่ายโกงเราก็ได้ดังนั้นในส่วนของสัญญานั้นเราจะต้องอ่านให้ถี่ถ้วน และ อ่านทุกบรรทัด เพื่อความมั่นใจของเรา และความมั่นใจว่าอีกฝ่ายจะโกงเงินเราไม่ได้

วัสดุก่อสร้างไม่เป็นไปตามที่ตกลง

            โดยเฉพาะในเรื่องของวัสดุมือ 1 และมือ 2 เช่นบอกเราว่าจะไปซื้อไม้หนา แบบดี มาแต่พอมาถึงลงหน้างานจริงกับไม่ใช้ไม้ที่ดูเป็นเหมือน มือ 1 เลย โดยวิธีโกงนั้นง่ายมาก นั้นคือเบิกเงินโดยบอกว่าไปซื้อของตามราคาจริง และ นำ วัสดุคุณภาพต่ำกว่ามาใช้โดยกินส่วนต่าง ซึ่งถือเป็นเรื่องการโกงที่เราเห็นง่าย ๆ อีกด้วย

ทิ้งงาน

            อันนี้หนักที่สุดเลยคือ ลงทุน ลงเงินไปแล้ว แต่ว่า บริษัทสร้างบ้าน หรือ ผู้รับเหมานั้นกับทิ้งงานเราดื้อ ๆ จนทำให้เราต้องไปวิ่งเต้นฟ้องร้อง จนเป็นเรื่องราวใหญ่โต

               ดังนั้นหากใครจะเลือก บริษัทสร้างบ้าน นั้นควรเลือกบริษัทที่ไว้ใจได้ หรือ คนรู้จักที่ไว้ใจดีกว่านะครับ จะได้ไม่ต้องเจอปัญหา และ ไม่ต้องเสียเวลาอีกด้วย

รู้ก่อนปลอดภัยก่อน วิธีใส่หน้ากากอนามัยอย่างไรให้ห่างไกลจากเชื้อโรค

วิธีใส่หน้ากากอนามัย

             กลายเป็นไอเทมสำคัญประจำตัวผู้คนทั่วโลกไปโดยปริยายกับ “หน้ากากอนามัย” หรือเรียกสั้นตามภาษาอังกฤษว่า “แมส” อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จะช่วยให้มนุษย์เราอยู่รอดจากเชื้อโรคร้ายอย่างเชื้อไวรัสโคโรน่า หรือ COVID-19 ที่ระบาดไปทั่วโลกในปัจจุบัน แต่รู้หรือไม่ว่าถึงแม้คุณจะมีความสามารถในการหาซื้อแมสสินค้าแรร์ไอเทมมาใส่ปกป้องตัวเองจากเชื้อไวรัสนี้ได้ แต่หากคุณใส่ผิดวิธี ผลที่ตามมาก็เท่ากับคุณไม่ใส่แมสเลย วันนี้เราจึงมาแนะนำวิธีใส่หน้ากากอนามัยที่ถูกต้องมาฝาก เพื่อให้คุณได้รู้เท่าทันและปกป้องตัวเองจากภัยอันตรายและหายนะอันใหญ่หลวงของมวลมนุษยชาติในครั้งนี้ได้  

วิธีใส่แมสที่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ทางการแพทย์

การใส่หน้ากากอนามัย กระทรวงสาธารณสุขได้ให้ข้อมูลเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของทางกระทรวงไว้ว่า “ผู้ที่สวมใส่หน้ากากอนามัยควรเป็นผู้ที่มีอาการเจ็บป่วย หรือเป็นไข้ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค และติดต่อไปยังผู้อื่น” โดยได้เผยแพร่วิธีใส่แมสที่ถูกต้อง และให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีใส่แมสปิดปากใส่ด้านไหนจึงจะสามารถป้องกันเชื้อโรคได้ ซึ่งมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

1.        ล้างมือด้วยสบู่หรือเจลล้างมือให้สะอาด

2.        ใช้มือจับที่สายคล้องหูของหน้ากากทั้งสองข้าง หันด้านที่เป็นสีเขียวไว้ด้านนอก เพราะชั้นนอกเป็น Fluid Resistant วัสดุที่ถูกออกแบบมาให้ป้องกันการซึมผ่านจากสารคัดหลั่งและเชื้อโรคต่าง ๆ

3.        จับหน้ากากให้อยู่ในตำแหน่งแนวนอนของสี่เหลี่ยมผืนผ้า โดยให้บริเวณที่มีขดลวดอยู่ด้านบนของหน้ากาก เพื่อที่จะได้วางบนสันจมูกได้

4.        นำสายคล้องไปที่หูทั้งสองด้าน และกดขดลวดให้พอดีกับสันจมูก โดยต้องแนบสนิทปราศจากช่องให้เชื้อโรคเดินทางผ่านได้

5.        จัดระเบียบหน้ากากให้เข้าที่พอดีกับใบหน้า จากนั้นให้ดึงหน้ากากปิดตั้งแต่บริเวณจมูกจนถึงใต้คางให้แนบสนิท

6.        หากมีความจำเป็นต้องสนทนา รับประทานอาหารขณะสวมใส่หน้ากากอนามัย ไม่จำเป็นต้องถอดออก เพียงแค่ดึงลงมาไว้บริเวณใต้คาง และเมื่อเสร็จกิจธุระจึงดึงกลับไปยังตำแหน่งเดิมอีกครั้ง

7.        การถอดหน้ากากเมื่อใช้เสร็จ ให้จับบริเวณสายคล้องหูด้านใดด้านหนึ่งแล้วถอดออกจากหู

8.        หน้ากากอนามัยแบบเยื่อกระดาษควรทิ้งทุกครั้งหลังใช้งาน ไม่ควรใช้ซ้ำ และควรทิ้งอย่างมิดชิดในถุงหรือภาชนะกำจัดขยะ เพราะถือเป็นขยะอันตรายที่อาจมีเชื้อโรคติดอยู่

เพราะเหตุใดวิธีใส่แมสที่ถูกจึงต้องหันด้านสีเขียว หรือสีเข้มไว้ด้านนอกเสมอ?

หลาย ๆ คนคงมีความฉงนสงสัยว่าทำไมถึงต้องหันด้านสีเขียวของหน้ากากออกด้านนอกด้วย นั่นก็เพราะด้านสีเขียวเป็นวัสดุพิเศษ (Fluid Resistant) ที่ถูกออกแบบมาให้ยากต่อการทะลุหรือแทรกซึมผ่านเข้าไปของสารคัดหลั่งหรือเชื้อโรค ที่มีขนาดมากกว่า 5 ไมครอนขึ้นไป โดยการทำงานของหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ (Surgical Mask) ถูกออกแบบให้มีด้วยกันทั้งสิ้น 3 ชั้น ชั้นแรกสำหรับป้องกันการซึมผ่าน ชั้นกลางสำหรับกรองเชื้อโรคที่สามารถผ่านชั้นแรกเข้าไปได้อีกที และชั้นในสุดเป็นชั้นที่สัมผัสกับผิวหนังของเราจึงถูกออกแบบให้ไม่ระคายเคืองผิว หรือแพ้จนเกิดผื่นคัน

ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากทางการแพทย์หรือหน้ากากคาร์บอนก็จะมีหลักการใช้งานและวิธีใส่ที่ใกล้เคียงกัน เพียงแต่หน้ากากคาร์บอนนั้นมี Activated Carbon เพิ่มสรรพคุณในการกรองกลิ่นสารพิษจากสารเคมีต่าง ๆ เข้าไปด้วย

การใส่แมสไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ก็เป็นเรื่องที่คุณควรต้องศึกษาให้ดี ไม่ว่าจะเป็นวิธีใส่หน้ากากอนามัย หรือประเภทของหน้ากากที่เลือกใช้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันนอกจากเชื้อโรคแล้ว ฝุ่น PM 2.5 ก็ยังเป็นปัญหาที่ทำให้คนไทยและผู้คนทั่วโลกต้องหันมาใช้งานหน้ากากอนามัยกันมากขึ้น และหน้ากากทางการแพทย์นี้ก็ไม่สามารถกรองฝุ่น PM2.5 ได้ด้วยอนุภาคของฝุ่นที่เล็กเพียง 0.3 ไมครอน ซึ่งหากต้องการจะใช้เพื่อปกป้องตัวเองจากฝุ่นร้ายนี้ ก็ควรเลือกใช้หน้ากากที่มีคุณสมบัติคัดกรองฝุ่นขนาดเล็กนี้โดยเฉพาะอย่างหน้ากาก N95 ที่มีวางจำหน่ายอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน รวมถึงเพิ่มการใช้เครื่องฟอกอากาศเป็นผู้ช่วยในการจัดการอากาศภายในห้องให้บริสุทธิ์ เพื่อให้คุณมั่นใจว่าร่างกายจะปลอดภัยจากภัยร้ายเหล่านี้ได้จริง

ช้อปฟินๆ กับ Shopee 4.4 Crazy Flash Sale รวมไอเท็มดังลดราคาปังที่สุด! มาพร้อมโปรโมชั่นส่งฟรีทั่วประเทศ ขั้นต่ำ 0 บาทที่ทุกคนรัก! พร้อม Midnight Flash Sale ให้คุณได้เลือกช้อปไอเท็มเด็ดๆ ราคาพิเศษทุกเที่ยงคืน เพลินเพลินไปกับการช้อปของใช้ในบ้านและ Groceries ใน Shopee Supermarket Fair และซื้อเฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน ในราคาดีที่สุดกับ Shopee Home Expo รีบช้อปด่วน! ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม – 5 เมษายน 2020 นี้!

สั่งอาหารกรุงเทพฯ สั่งอาหารแนวไหนดี เรามีคำตอบ

สั่งอาหารกรุงเทพฯ

                การสั่งอาหารกรุงเทพฯ ตอนนี้มีร้านอร่อย ๆ ให้เลือกมากมาย จนเลือกไม่ถูกเลยทีเดียว เราเลยจัดหมวดอาหารยอดนิยมและร้านอาหารชื่อดังที่จะสามารถช่วยให้คุณสั่งอาหารเดลิเวอรี่มาทานที่บ้านหรือที่ทำงานได้ง่ายขึ้น

อาหารญี่ปุ่น มื้ออร่อยแสนฟิน กินได้ทุกเพศทุกวัย

                อาหารญี่ปุ่นเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะว่าอร่อยและใคร ๆ ก็ชอบทาน เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังอยากสั่งอาหารกรุงเทพฯ มาทานแบบเดลิเวอรี่ ส่งตรงถึงบ้าน โดยร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีบริการส่งแบบเดลิเวอรี่ก็มีอยู่จำนวนมาก เราอยากจะแนะนำร้าน Salmon You ที่เสิร์ฟแซลมอนสด หวานฉ่ำ ส่งตรงถึงบ้านคุณ นอกจากนั้นยังมีเมนูแซลมอนอื่น ๆ อย่างลาบแซลมอนและซูชิหน้าปลาแซลมอนอีกด้วย หรือคุณอาจจะลองทานเมนูเดลิเวอรี่จาก Oishi Delivery ที่จัดหนักจัดเต็มด้วยเซ็ตเบนโตะ เหมาะกับทุกมื้ออาหารของคุณ นอกจากนั้นยังมีร้าน OMNI SUSHI ที่โดดเด่นด้วยข้าวปั้นหน้าต่าง ๆ โรลและซาชิมิสด ๆ

อาหารอีสานสุดแซ่บ ทานเมื่อไหร่ก็ไม่มีเบื่อ

                หากคิดไม่ออกว่าจะสั่งอาหารกรุงเทพฯ ร้านไหนดี ลองอาหารอีสานแสนจะเผ็ดแซ่บดูดีไหม? ด้วยรสชาติแบบจัดจ้าน ขอบอกว่าทานเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อจริง ๆ ยิ่งสั่งมาทานได้ที่บ้านโดยไม่ต้องฝ่ารถติดและอากาศร้อน ๆ ไม่ต้องคิดนานแล้ว โทรสั่งได้เลย ลองสั่งส้มตำจากร้านแซ่บอีลี่ เอเวอรี่เดย์แห่งย่านสีลม ที่นอกจากจะมีเมนูส้มตำที่หลากหลายแล้ว ยังมียำแซ่บ ๆ อีกหลายเมนูให้ลองทาน หรือจะลองสั่งไก่ย่างของร้านพระราม 9 ไก่ย่าง ร้านดังแห่งย่านพระราม 9 มาทานคู่กับข้าวเหนียวก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เรายังมีร้านส้มตำอีกร้านที่เราอยากจะแนะนำก็คือร้านส้มตำนัวที่สยามสแควร์ที่มีเมนูน่าโดนอย่างตำมั่ว ที่ไม่ว่าใครได้ลองก็ต้องติดใจ

อาหารจานเดียว เหมาะกับมื้อเร่งด่วนของคุณ

                สำหรับสั่งอาหารกรุงเทพฯ อาหารจานเดียวก็ดูจะน่าสนใจและตอบโจทย์ความเร่งด่วนในเมืองกรุงได้เป็นอย่างดี เพราะทานง่าย ไม่ยุ่งยาก ลองสั่งข้าวมันไก่เจ๊อ้วน ร้านข้าวมันไก่ชื่อดัง ราคาย่อมเยา ที่มีเมนูเด็ดเอาใจคนชอบทานอาหารจานเดียวอย่างข้าวมันไก่ ข้าวหน้าเป็ดและข้าวหมูกรอบ หรือจะเป็นร้านข้ามหมูแดงสีมรกตที่เปิดให้บริการมายาวนานหลายสิบปี ขึ้นชื่อในเรื่องหมูแดงสูตรแต้จิ๋ว ส่วนอีกร้านที่เด็ดไม่แพ้กันและสามารถสั่งเดลิเวอรี่ให้มาส่งถึงหน้าบ้านได้ก็คือทิพย์สมัย ผัดไทยประตูผี ผัดไทยเจ้าดังที่ถนนถนนมหาไชย

                มีร้านอาหารเจ้าเด็ดมากมายที่ปกติแล้วหากคุณออกไปทานที่ร้าน อาจจะต้องรอคิวบ้าง แต่นั้นไม่จำเป็นเลยเมื่อคุณสั่งอาหารกรุงเทพฯ ผ่านบริการเดลิเวอรี่ ส่งตรงถึงบ้าน เรียกได้ว่าสะดวกสบายสุด ๆ

ทำความรู้จักกับ เบี้ยประกันรถยนต์

เบี้ยประกันรถยนต์

เบี้ยประกันรถยนต์ คือ การจ่ายค่าตอบแทน หรือ การให้สินน้ำใจแก่บริษัทประกันภัยรถยนต์ ที่ทางเราได้กระจายความเสี่ยงไปให้เขา เมื่อเราได้มีการขับขี่รถยนต์ มันก็จะมีความเสี่ยงที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะเกิดอุบัติเหตุ เพราะอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และพอเกิดอุบัติเหตุแล้วค่าเสียหายก็จะตามมาอีกมากมายเลยที่เดียว

(กรณีที่เราเป็นฝ่ายไปชนเขาก่อน-เราต้องจ่ายค่าซ่อมทั้งหมด แต่ถ้าเราเป็นฝ่ายถูกชน-คู่กรณีต้องจ่ายค่าซ่อมทั้งหมด ) เพราะฉะนั้นแล้ว เราควรจะทำประกันภัยรถยนต์เพื่อลดความเสี่ยงในเรื่องค่าใช้จ่าย ซึ่งประกันภัยรถยนต์ก็มีหลากหลายประเภทด้วยกัน ดังนี้ 

ประเภทของประกันภัยรถยนต์

  • ประกันรถยนต์ ชั้น 1 คือประกันรถยนต์ที่มีความครอบคลุมมากที่สุดในประเทศไทย ครอบคลุมทั้งยานพาหนะ ชีวิต การบาดเจ็บ ของทั้งผู้ขับ คู่กรณี และบุคคลที่สามที่ได้รับผลกระทบด้วย
  • ประกันรถยนต์ชั้น 2 ครอบคลุมความเสียหายกับยานพาหนะทุกคันที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเหตุรถหาย และไฟไหม้อีกด้วย
  • ประกันรถยนต์ชั้น 3 ครอบคลุมทรัพย์สินและชีวิตของคู่กรณีและบุคคลภายนอก รวมไปถึงค่ารักษาพยาบาลของคนขับ และผู้โดยสารของรถที่เอาประกัน
  • ประกันรถยนต์ชั้น 3+ ครอบคลุมเหมือนกับประกันรถยนต์ชั้น 3 แต่มีเพิ่มขึ้นมาคือ การคุ้มครองรถยนต์ของผู้เอาประกันด้วย เฉพาะในกรณีที่มีการชน และมีคู่กรณีเท่านั้น จะไม่คุ้มครองในกรณีความเสียหายต่อตัวรถยนต์ในกรณีที่ไม่มีคู่กรณี
  • ประกันรถยนต์ชั้น 2+ จะเหมือนกับประกันรถยนต์ชั้น 3+ แต่เพิ่มความคุ้มครองในกรณีที่รถหาย หรือเหตุไฟใหม้เข้าไปด้วย

ราคาเบี้ยประกันรถยนต์ควรจ่ายเท่าไหร่ดีล่ะ ?

ราคาที่เราจะต้องจ่ายให้กับ เบี้ยประกันรถยนต์ จะไม่สามารถกำหนดได้ เพราะมีตั้งแต่ราคาสูงสุดไปจนถึงราคาต่ำสุด อยู่ที่ว่าเราจะเลือกความคุ้มครองแบบไหนให้ตรงกับที่ตัวเราต้องการ ตรงกับตัวเราสนใจ และตรงกับการใช้งานรถยนต์ และอย่างที่ทราบกันดีว่ายิ่งมีความคุ้มครองที่สูงความครอบคลุมก็จะสูงเช่นเดียวกัน และราคาที่เราต้องจ่ายให้บริษัทก็จะสูงตามไปด้วยนั่นเอง

ก่อน เปิดบัญชี forex มาลองทำความรู้จักข้อดีของ Forex กันก่อน

เปิดบัญชี forex

การเทรด forex แน่นนอนว่าเป้นสิ่งที่พวกเราได้ยินมานาน สำหรับคนวงในอาจจะรู้เรื่องราวนี้กีอยู่แล้ว แต่ถ้าหากคนวงนอกมาได้ยินและอาจจะงงไปซะด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร การเทรด forex นั้นหากพูดง่าย ๆ นั้นก็คือการเล่นหุ้นนั้นเอง ซึ่งแน่นอนว่ามันต่างจากการพนันแน่นอน ตรงที่ถ้าอยากจะเล่นจะต้องใช้ความรู้มาแลก เพื่อนำกำไรกลับไป แต่สิ่งที่เหมือนกันสำหรับการเทรด และการเดิมพัน นั้นคือ เปิดบัญชี วันนี้เราเลยจะมาพูดถึงข้อดี ข้อเสีย ก่อนที่จะเริ่มทำการเปิดบัญชี forex กันดีกว่า

ข้อดีของการเทรด forex

                ก่อนที่จะเริ่มเปิดบัญชี forex นั้นเรามาลองดูกันก่อนสิ ว่าเจ้า Forex นั้นมีดีอะไรบ้าง มีดีพอให้เราเริ่มเล่นได้หรือไม่ ?

1.สภาพการเงินคล่องตัว เนื่องจากว่าเป็นตลาดที่มีการซื้อขายกันอยู่ตลอดเวลา ทำให้ในเรื่อการเงิน นั้นจะไม่ได้ยาก และนานอย่างที่คิดแน่นอน เพราะว่าสภาพการเงินของตลาดหุ้นนั้นซื้อง่าย ขายคล่อง ในทุก ๆ ช่องทาง

 2.เงินลงทุนต่ำ ในการเริ่มเล่น หรือ ลงทุน Forex นั้นไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนสูงอย่างที่คิดกำเงินมาหนึ่งพันบาท ถ้ามีความรู้ ความเข้าใจ แน่นอนว่าทำการบ้านได้แน่นอน

 3.เก็งกำไรได้ทั้งสองทาง แน่นอนว่านอกจากเรื่องหุ้นแล้วยังมีเรื่องทองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยอีกด้วย นั้นจะทำให้เราเก็งกำไรได้ทั้งสองทาง อย่างเช่น วันนี้ทองตัวนี้ขึ้น ก็ขาย เพื่อเอากำไร หรือ ทองตัวไหนมีทีท่าจะลง ก็ขายทิ้งไปตั้งแต่เนิ่น ๆ แน่นอนว่าการเล่นหุ้นก็ทำงี้ด้วยเช่นกันเลยทำให้เราสามารถหากำไรได้ทั้งสองทาง

 4.ถอนเงินได้ทันที  แน่นอนว่าการเทรดหุ้นนั้นหากเราเก็งกำไรมาได้ นั้นมันจะง่ายมากเพราะเราสามารถถอนเงินออกมาใช้ได้ทัน ซึ่งถือเป็นเรื่องดีมาก ๆ เพราะไม่จำเป็นต้องรออะไรให้เสียเวลาเลยย

5.โปรแกรมฟรี  โปรแกรมในการเทรดของเรานั้นสามาถหาได้ตามแหล่งอินเตอร์เน็ตทั่วไปได้เลยไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้อ แต่ว่าถ้าใครอยากใช้ฟีเจอร์ที่มันนพิเศษกว่าก็ยอมลงทุนเพียงเล็กน้อยเพื่อได้ตัวโปรแกรมแท้มาใช้ก็ไม่เสียหายนะครับ

                สำหรับใครที่กำลังจะ เปิดบัญชี forex แนะนำว่าเริ่มเล่นก็ได้นะครับ ถ้าความรู้เรามีพื้นฐานแล้ว แน่นอนวาหากเล่นด้วยมีสติ เล่นด้วยความเข้าใจ มีแต่ได้กับได้ทั้งนั้นนะครับถือเป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่ดูไม่เสียหายมากแต่คุ้มสำหรับการลงทุนอย่างมาก ไม่แน่เราอาจจะเก็งกำไรหลักหมื่นได้จากเงินทุนหลักพันก็ได้นะครับ

มองการณ์ใกล หลังโคโรน่าจบทัวร์ญี่ปุ่นน่าสนหรือไม่ ?

                แน่นอนว่าตอนนี้สถาณการณ์โลกของเราตอนนี้คงยังไม่สู้ดีนัก เอาแค่เดือนที่ผ่านมาโลกเราก็เจอปัญหามากมายแถมปัญหาเรื้อรังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด จนโลกยกให้เป็นภัยอันตรายระดับสูงแล้วอย่าง “ไวรัสโคโรน่า” ก็ยังระบาดอยู่  ตอนนี้ชีวิตเราเหมือนอยู่ในหนังไม่มีผิดเลยนะครับ ถ้างั้นเรามาลองมองดูตอนจบกันดีกว่าว่าหลังโคโรน่ายุติจบลงแล้ว การไป ทัวร์ญี่ปุ่น น่าสนใจหรือไม่ ?

1.ค่าเงินอาจจะอ่อนตัวมากขึ้น

            แน่นอนว่าหลังเรื่องราวโคโรน่าจบลงไป ค่าเงินนั้นมีสิทธิ์ ที่จะอ่อนตัวลงเพราะตลาดโลกอาจจะต้องปรับสมดุลการเงินกันใหม่ทำให้เราน่าเข้าไปเที่ยวประเทศที่น่าท่องเที่ยวอย่างญี่ปุ่นอย่างมาก เพราะเราคงจะมีเงินซื้อของได้มากขึ้นนะครับ

2.ของถูกลงแน่นอน

            แน่นอนว่าเมื่อไวรัสจบลง การค้าขายก็ต้องเปิดแน่นอนแต่การที่จะให้คนเข้ามาซื้อของเลยก็อาจจะกลัวไวรัสตกค้างอยู่ ส่งผลให้ผู้ค้า ผู้ขายจะต้องลดกำไรตัวเองลง เพื่อให้มีสิทธิ์ขายมากขึ้นก็ถือว่าเป็นเรื่องดีนะครับหากว่าของถูกลง แต่เราต้องแน่ใจนะครับว่าเชื้อโรคไม่มีแล้ว

3.เข้าประเทศยากขึ้น

            แน่นอนว่าถึงแม้ไวรัสจะหมดสิ้นไปแล้ว แต่ก็ไม่มีรัฐบาลประเทศไหนที่จะเชื่อแบบ 100 % หรอกนะครับ ยังไงการคัดเลือก และ ตรวจหาผู้ป่วยก็ยังจะมีต่อแน่นอน และถ้าหากเคยมีประวัติไปเที่ยวในประเทศที่เสี่ยงละก็เขอาจจะไม่เข้าหรืออาจจะกักตัวไว้ก่อนเพื่อควาสบายใจของทางนั้นนะครับ

4.ไม่เจอคนเยอะ

            แน่นอนว่าสถานที่ท่อแงเที่ยว ที่เราไปกับทัวร์ญี่ปุ่น

ละก็ เราจะต้องเจอกับนักท่องเที่ยวที่น้อยลงแน่นอน เพราะอาจจะโดนกักอยู่ปแระเทศตัวเอง และสำหรับชาวญี่ปุ่นเองก็เหมือนกันเพราะต่อให้เชื้อโรคหายไป หรือ หมดไปแล้ว มนุษย์เราก็เลือกเชื่อทุกอย่างยกเว้นสิ่งที่ช่วยเขาได้จริง ๆ ครับ (หยอก ๆ ฮ่า ๆ )

5.ร้ายขายของอาจจะเปิดให้บริการน้อยลง

            แน่นอนว่าที่ประจำที่มีพ่อค้าแม่ค้าขายในตลาด แต่พอ ๆ ไป ๆมา ๆ ร้านค้าน้อยลงแน่นอน ต่อให้มีข่าวว่า ไวรัสโคโรน่า หยุดไปแล้วแต่ก็ยังไม่มีใครเชื่อแบบ 100 % หรอกครับ ว่าจะไม่มีเชื้อโรคแล้วจริง ๆ

                เป็นยังไงกันบ้างครับหากว่ามองก็ทั้งมีข้อข้อเสียพอ ๆ กัน ละครับ คือเวลาคนอื่นร้องไห้เราก็อยากจะช่วย นี้ละครับแค่นี้สังคมไทยก็น่าอยู่ขึ้นแล้วส่วนใครที่มองหา ทัวร์ญี่ปุ่นก็ลองเอาพวกหนังสือที่พี่บอกไปอ่านดู จะได้เก่ง ๆ ครับ 

4 ลักษณะเด่นรองเท้าสกอลล์ รองเท้าดีๆ ที่ใครๆ ก็ควรมี

รองเท้าสกอลล์

หากคุณกำลัง ลังเลว่า ทำไมคุณถึงควรเลือกซื้อรองเท้าสกอลล์ ในบทความนี้ เราจะมาแนะนำคุณว่า 4 ลักษณะเด่น ที่รองเท้า Scholl มีนั้น เป็นอะไรกันบ้าง ตามไปอ่านด้านล่างกันได้เลยค่ะ

  • พื้นนุ่มนิ่มเหมือนเดินอยู่บนเมฆ

สิ่งแรกที่รองเท้า Scholl จะมอบให้กับคุณได้ก็คือ พื้นที่นุ่มเป็นพิเศษ เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น แค่เฉพาะสำหรับ Scholl ที่จะทำให้คุณไม่รู้สึกปวดเมื่อย เมื่อต้องสวมใส่รองเท้าเป็นเวลานานๆ คุณจึงสามารถสนุกไปกับการเดินได้ตลอดเวลา

  • มีแผ่นรองรับแรงกระแทก

รองเท้าสกอลล์นั้นมาพร้อมกับ แผ่นรองรับแรงกระแทกที่โดดเด่น ทำให้คุณพร้อมที่จะรับมือ กับทุกสถาณการณ์ ไม่ว่าจะวิ่ง หรือจะเดิน หรือจะทำกิจกรรมหนักๆ คุณก็ไม่ต้องกังวล ว่าเท้าของคุณจะเสื่อมอีกต่อไป ด้วยแผ่นรองรับแรงกระแทกแบบเฉพาะตัวนี้ จะทำให้คุณสนุกไปกับทุกๆ กิจกรรม

  • น้ำหนักเบา สบาย เดินแล้วไม่หนักเท้า

รองเท้า Scholl นั้น มาพร้อมกับน้ำหนักที่ เบา สบายเท้า ทำให้คุณรู้สึกเบาสบาย เดินนานๆ ได้ไม่เมื่อยอีกต่อไป และแน่นอนว่า การใส่รองเท้าที่เบาสบาย จะช่วยทำให้สุขภาพเท้าของคุณดีขึ้นได้เช่นกัน

  • ดีไซน์เก๋ ปัง แฟชั่นนิสต้าสุด

ด้วยดีไซน์ที่มีหลากหลายแบบ จึงทำให้การดีไซน์ เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่โดดเด่น สำหรับรองเท้า Scholl ไม่ว่าใคร ก็เลือกซื้อรองเท้า Scholl ได้ หรือไม่ว่ากิจกรรมไหนๆ รองเท้า Scholl ก็เหมาะที่จะอยู่กับคุณเสมอ

นอกจากนี้แล้วนั้น รองเท้า Scholl ยังมีราคาที่ไม่แรง เมื่อเทียบกับรองเท้าแบรนด์ ยี่ห้ออื่นๆ เป็นราคาที่เหมาะสม และไม่แพงจนเกินไป ดังนั้นเราจึงสามารถใส่รองเท้าเพื่อสุขภาพ ในราคาที่พอเหมาะกับเราได้ ซึ่งนี่ก็คืออีกหนึ่งสิ่งที่ดีมากๆ สำหรับรองเท้าเพื่อสุขภาพของเรา

แล้วแบบนี้ จะยังลังเลอะไรกันอยู่ล่ะ? รีบไปหาซื้อรองเท้า Scholl มาไว้ติดบ้านสักคู่ดูสิ!

ประกาศรับสมัครงานอย่างไรให้ปัง ให้คนสนใจ !

รับสมัครงาน

เดี๋ยวนี้หลาย ๆ ธุรกิจอาจจะตกอยู่ในช่วงวิกกฤตที่ขาดคนอยู่ใช่ไหมครับ ? แน่นอนว่าบางบริษัทอาจจะขาดคน อยู่วิธีการการแก้ปัญหานั้นคือจะต้องเปิดรับพนักงานใหม่ใช่ไหมครับ ? แน่นอนว่าวิธีการก็มีหลายแบบทั้งประกาศรับผ่านหน้าโรงงาน หรือ ผ่านซัพพลายยเออร์  และอีกวิธีนั้นคือการ Post หา หรือ อาจจะประกาศหาตามเว็บต่าง ๆ แต่จะทำไรอย่างละครับ ? ให้คนสนใจใน Post หางานของเรา วันนี้เรามาดูกันว่าโพสรับสมัครงานอย่างไรให้ปัง ให้คนสนใจ บ้างลองมาดูกันครับ

1.มีข้อมูลครบถ้วน

            อย่างแรกเลยนั้นคือ ข้อมูลของการรับสมัครงานนั้นจะต้องครบถ้วน ทั้งชื่อบริษัท เงินเดือน วันหยุด จำนวนที่เปิดรับสมัคร เพศ อายุ คุณสมบัติของผู้สมัครจะต้องครบถ้วนเพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิงในการให้ผู้สมัครที่มีคุณสมบัติที่ตรงกับที่ท่านต้องการมาสมัครร่วมงานกับท่าน

2.ใช้คำที่ทันสมัย

            อย่างที่สองเลยนั้นคือคำในการ Post หา ผมขอยกตัวอย่างนะครับประกาศ รับสมัครงานในบริษัท XXX คุณสมบัติ XXX อายุ XX เพศ XX สนใจติอต่อ คุณ XXX เบอร์โทรติดต่อ XXX-XXXXXXX อันนี้เป็นตัวอย่างแรกนะครับเรามาลองดูตัวอย่างที่สองกัน ประกาศรับสมัครผู้ร่วมงานที่พร้อมจะเป็นจะตายกับเรา จากบริษัท XX ขอเพียงคุณมีอายุ XX เพศ XX และมีคุณสมบัติต่าง ๆ ที่ทางเราต้องการอย่ารอช้า รีบติดต่อมาเลยที่คุณ XX ที่เบอร์นี้ XXX-XXXXXXX ใครที่มั่นใจว่าพร้อมเป็นพร้อมตายกับเราก็ติดต่อมาได้เลยนะ เรารอเป็นครอบครัวเดียวกัน คุณคิดว่าทั้งสองอันหาก Post ลงในสื่อ Social ที่ไม่ได้ใช้อย่างเป็นทางการเช่น FaceBook ละก็ คุณคิดว่าอันไหนน่าอ่านกว่ากันครับ ?

3.คอยติดตามอยู่เรื่อย ๆ

            แน่นอนว่าไม่มีใครชอบรออะไรนาน ๆ หรอกครับ หากคุณประกาศ รับสมัครงานไปแล้ว ก็อาจจะเข้ามาเช็คผู้สมัครเป็นระยะก็ได้นะครับ เมื่อมีคนติดต่อมาจะได้ติดต่อกลับไปทันที รับรองได้เลยว่าหากทำอย่างนี้ได้ Post ของคุณ และชื่อเสียงของบริษัทที่คุณทำงานอยู่จะดีมากขึ้นอีกแน่นอน เพราะมันจะเป็นการบอกปากต่อปากถึงความเอาใจใส่ของผู้เข้ามาสมัครงาน ถือว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยนะครับ

                หากประกาศ รับสมัครงาน แล้ว ลองเอา 3 อย่าง นี้ไปใช้ดูได้เลยนะครับรับรองว่าจะต้องมีคนเข้ามาสมัครงานกับบริษัทคุณอย่างล้นหลามแน่นอน และค่อยมาคัดเลือกเอาคนที่คุณต้องการไว้อีกทีก็ได้ครับ เพราะยิ่งคุณสมัครมากเท่าไหร่ เราก็มีสิทธิ์เลือกได้มากขึ้นนะครับ